Skip to main content

Fastlearn10x

ก้าวสู่ผู้นำทีมที่มีประสิทธิภาพสูง High-Trust Team Leader

พัฒนาหัวหน้างานสู่การเป็น High-Trust Team Leader ผ่านทักษะ Human Leadership การสร้างความไว้วางใจ การสื่อสาร Psychological Safety และ Collaboration เพื่อสร้างทีมที่กล้าคิด กล้าพูด กล้าร่วมมือ และสามารถสร้างผลงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
ຜູ້ສອນ
ຮຽນຮູ້ໄວ
0
0 ການວິຈານ
ແຊຣ໌
ລວມໃບຢັ້ງຢືນແລ້ວ
Video preview
ລາຍລະອຽດຫຼັກສູດ
ໄລຍະເວລາ : 6 ชั่วโมง 45 นาที
ບົດຮຽນ : 35
ວິດີໂອ : 31 บทเรียน
ວຽກທີ່ມອບໝາຍ : 1
ບົດທົດສອບ : 4
ລະດັບ : ເໝາະສຳລັບຜູ້ຄວບຄຸມ.
ຫຼັກສູດດັ່ງກ່າວໄດ້ຮັບການຮັບຮອງຈາກກົມພັດທະນາແຮງງານ.
ທົບທວນບົດຮຽນໄດ້ບໍ່ຈຳກັດເວລາເປັນເວລາໜຶ່ງປີເຕັມ.
ເຂົ້າເຖິງຫ້ອງຮຽນຈາກອຸປະກອນຕ່າງໆ, ລວມທັງໂທລະສັບສະຫຼາດ, ແທັບເລັດ, ຄອມພິວເຕີ, ແລະໂທລະພາບອັດສະລິຍະ.
  • ລາຍລະອຽດ
  • ຫຼັກສູດ
  • ຄຳຖາມທີ່ພົບເລື້ອຍ
  • ການວິຈານ

Learning Journey High Trust Team Leader ก้าวสู่ผู้นำทีมที่มีประสิทธิภาพสูง 1 scaled

 

การเป็นหัวหน้างานไม่ได้หมายความว่าเพียงแค่สามารถมอบหมายงาน ติดตามงาน หรือควบคุมให้ทีมทำงานสำเร็จตามเป้าหมายเท่านั้น แต่ความท้าทายที่สำคัญกว่านั้นคือ ทำอย่างไรให้คนในทีมอยากร่วมมือ กล้าพูดความจริง กล้าเสนอความคิดเห็น กล้าขอความช่วยเหลือ และกล้ารับผิดชอบต่อผลงานร่วมกัน

หลายทีมอาจดูเหมือนทำงานได้ตามปกติ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยปัญหาที่มองไม่เห็น เช่น สมาชิกในทีมไม่ไว้ใจกัน ต่างคนต่างทำงาน ไม่กล้าพูดเมื่อเห็นปัญหา ประชุมแล้วไม่มีใครเสนอความคิดเห็น มีความขัดแย้งระหว่างบุคคลหรือระหว่างหน่วยงาน หัวหน้าต้องเป็นคนคิดและตัดสินใจแทบทุกเรื่อง หรือพนักงานทำตามคำสั่งแต่ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมกับความสำเร็จของทีม

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการขาดความสามารถในการทำงานเสมอไป แต่หลายครั้งเกิดจาก Team Climate หรือสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ยังขาด Trust, Communication, Psychological Safety และ Collaboration

ก้าวสู่ผู้นำทีมที่มีประสิทธิภาพสูง (High-Trust Team Leader) จึงออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนาหัวหน้างานและผู้นำทีมให้สามารถสร้างรากฐานของทีมที่มีประสิทธิภาพสูง ตั้งแต่การพัฒนาตนเองให้เป็น Human Leader การสร้างความไว้วางใจ การเปิดพื้นที่ให้ทีมกล้าคิดและกล้าพูด การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ ไปจนถึงการทำงานร่วมกันอย่างมีส่วนร่วม

ผู้เรียนจะได้เข้าใจว่า High-Performance Team ไม่ได้เริ่มต้นจากการกดดันให้ทุกคนทำงานหนักขึ้น แต่เริ่มจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนสามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่

เมื่อคนในทีมมี Trust สูง การสื่อสารจะรวดเร็วขึ้น เมื่อมี Psychological Safety ปัญหาจะถูกพูดถึงเร็วขึ้น เมื่อคนรู้สึกว่าความคิดเห็นของตนมีคุณค่า Collaboration จะเกิดขึ้นง่ายขึ้น และเมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน ทีมจะสามารถสร้างทั้ง Performance และ Engagement ໄປນຳກັນເລີຍ.

เป้าหมายของหลักสูตรคือการเปลี่ยนผู้เรียนจาก “หัวหน้าที่ทำให้คนทำงาน” ໄປທີ່ “ผู้นำที่สร้างสภาพแวดล้อมให้คนอยากร่วมมือ กล้าใช้ศักยภาพ และพาทีมไปสู่ผลงานที่สูงขึ้นร่วมกัน”

Module 1 : Human Leadership มากกว่าการเป็นผู้นำคือการเป็นมนุษย์ (1 ชั่วโมง 57 นาที)
Module 2 : Speed of Trust for The Great Team สร้างทีมให้แกร่งด้วยพลังของความเชื่อใจ (1 ชั่วโมง 40 นาที)
Module 3 : Effective Communication In Workplace ทักษะการสื่อสารในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ (60 นาที)
Module 4 : Team Management through Psychological Safety สร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้ทีมไปไกลกว่าเดิม (1 ชั่วโมง 04 นาที)
ຂ້ອຍຫາກໍ່ໄດ້ຮັບການເລື່ອນຊັ້ນເປັນຜູ້ຄວບຄຸມ. ຂ້ອຍສາມາດຮຽນຕໍ່ໄດ້ບໍ?
ได้ และเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลัก เพราะหลักสูตรช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่าการเป็นหัวหน้าไม่ได้มีเพียงการบริหารงาน แต่ต้องสามารถสร้างความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทีมทำงานได้เต็มศักยภาพ
ถ้าเป็นหัวหน้ามาหลายปีแล้ว หลักสูตรนี้ยังเหมาะหรือไม่?
เหมาะ เพราะผู้เรียนสามารถใช้หลักสูตรทบทวน Team Climate และ Leadership Behavior ของตนเอง รวมถึงเพิ่มเติมแนวคิด Psychological Safety และ Collaboration
หลักสูตรนี้ต่างจากหลักสูตร Supervisory Skills ทั่วไปอย่างไร?
หลักสูตรนี้ไม่ได้เน้น OJT, Delegation หรือ Problem Solving เป็นหลัก แต่เจาะลึกด้าน Team Dynamics โดยเฉพาะ Trust, Communication, Psychological Safety และ Collaboration
High-Trust Team คืออะไร?
คือทีมที่สมาชิกสามารถเชื่อมั่นในเจตนา ความสามารถ และความรับผิดชอบของกันและกัน ทำให้การสื่อสาร การตัดสินใจ และการทำงานร่วมกันเกิดขึ้นได้รวดเร็วขึ้น
ถ้าคนในทีมไม่ไว้ใจกัน หลักสูตรช่วยได้หรือไม่?
ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจกลไกของ Trust และมองเห็นพฤติกรรมที่เพิ่มหรือลดความไว้วางใจ พร้อมแนวทางที่สามารถนำกลับไปทดลองใช้กับทีมได้
Psychological Safety คือการทำให้พนักงานสบายใจและตามใจทุกคนหรือไม่?
ไม่ Psychological Safety ไม่ใช่การลดมาตรฐานหรือหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่คือการทำให้คนสามารถพูดเรื่องยาก ถามคำถาม และยอมรับความผิดพลาดได้อย่างสร้างสรรค์
ถ้าทีมมี Psychological Safety มากเกินไป Performance จะลดลงหรือไม่?
เป้าหมายคือ Psychological Safety ต้องทำงานควบคู่กับ Performance Standard ที่ชัดเจน เมื่อทั้งสองส่วนสูง ทีมจะเข้าสู่ Learning Zone ซึ่งเอื้อต่อ High Performance
ถ้าลูกทีมไม่กล้าพูดในที่ประชุม หลักสูตรช่วยอย่างไร?
ผู้เรียนจะได้สำรวจทั้งพฤติกรรมของหัวหน้า วิธีตั้งคำถาม วิธีรับฟัง การตอบสนองต่อความคิดเห็น และการสร้างบรรยากาศที่ทำให้สมาชิกกล้ามีส่วนร่วมมากขึ้น
ถ้าสมาชิกเห็นปัญหาแต่ไม่กล้ารายงาน คอร์สนี้เหมาะไหม?
เหมาะมาก เพราะ Silence Behavior มักเกี่ยวข้องกับ Trust และ Psychological Safety ซึ่งเป็นแกนสำคัญของหลักสูตร
หลักสูตรช่วยเรื่อง Conflict ในทีมไหม?
ช่วย โดยเฉพาะ Conflict ที่เกิดจากความแตกต่างด้านความคิด รูปแบบการทำงาน การสื่อสาร และความไม่ไว้วางใจ
Collaboration ต่างจาก Teamwork อย่างไร?
Teamwork คือการทำงานร่วมกันในฐานะทีม ขณะที่ Collaboration เน้นการนำความรู้ มุมมอง และศักยภาพของหลายฝ่ายมาร่วมกันสร้างผลลัพธ์ ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นกับ Cross-Functional Work
ถ้าทีมทำงานแบบต่างคนต่างทำ หลักสูตรช่วยได้หรือไม่?
ช่วย เพราะผู้เรียนจะได้เข้าใจทั้ง Trust, Communication และ Collaboration ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมาชิกเห็นเป้าหมายร่วมและต้องการสนับสนุนกัน
ถ้าทีมมีหลาย Generation สามารถใช้แนวคิดในหลักสูตรได้หรือไม่?
ได้ Human Leadership, Deep Listening, Empathy และ Psychological Safety ช่วยให้หัวหน้าบริหารความแตกต่างของคนได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้วิธีเดียวกับทุกคน
หลักสูตรเหมาะกับหัวหน้างานในโรงงานหรือไม่?
เหมาะ โดยเฉพาะทีมที่ต้องการให้พนักงานกล้ารายงาน Abnormality, Quality Issue, Safety Concern หรือปัญหาหน้างานได้รวดเร็วขึ้น
ถ้าบริหาร Cross-Functional Team แต่ไม่มีอำนาจสั่งคนจากฝ่ายอื่น หลักสูตรช่วยได้ไหม?
ช่วยมาก เพราะการนำ Cross-Functional Team ต้องอาศัย Trust, Communication และ Collaboration มากกว่าการใช้อำนาจจากตำแหน่ง
ต้องมีพื้นฐาน Psychology หรือ Leadership ก่อนเรียนไหม?
ไม่จำเป็น เนื้อหาถูกออกแบบให้เชื่อมกับสถานการณ์ในการทำงานและการบริหารทีมที่ผู้เรียนพบจริง
Basic info
  • เข้าใจบทบาทของหัวหน้างานในการสร้าง High-Performance Team

  • ปรับบทบาทจากการเป็นหัวหน้าที่เน้นควบคุมงาน สู่ผู้นำที่สามารถสร้างทั้งคนและทีม

  • ເຂົ້າໃຈແນວຄວາມຄິດ. ຄວາມເປັນຜູ້ນໍາຂອງມະນຸດ และคุณลักษณะสำคัญของผู้นำแห่งอนาคต

  • พัฒนาความเป็น Authentic Leader ที่สร้างความน่าเชื่อถือด้วยความจริงใจและความสม่ำเสมอ

  • ลด Empathy Gap ระหว่างหัวหน้ากับสมาชิกในทีม

  • ພັດທະນາ Deep Listening เพื่อเข้าใจความคิด ความรู้สึก และความต้องการของทีมได้ดีขึ้น

  • เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Trust, Speed และ Performance

  • มองเห็นผลกระทบของความไม่ไว้วางใจต่อการทำงานและความสัมพันธ์ภายในทีม

  • เข้าใจแนวทางสร้างและรักษาความไว้วางใจในการทำงาน

  • สร้าง Team Climate ที่คนกล้าพูด กล้าถาม และกล้าขอความช่วยเหลือ

  • เข้าใจความหมายที่แท้จริงของ ຄວາມປອດໄພທາງຈິດໃຈ

  • ຈຳແນກລະຫວ່າງຄວາມປອດໄພທາງຈິດໃຈ ແລະ ການຜ່ອນຜັນ ຫຼື ການຫຼຸດມາດຕະຖານການເຮັດວຽກ.

  • วิเคราะห์ได้ว่าทีมของตนเองอยู่ใน Team Performance Zone ใด

  • ปรับวิธีตอบสนองต่อความผิดพลาดเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้มากกว่าการกล่าวโทษ

  • ໃຊ້ Positive Communication เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือ

  • สื่อสารกับสมาชิกในทีมให้ชัดเจนและลดความเข้าใจผิด

  • เข้าใจความแตกต่างของคนและรูปแบบการทำงานภายในทีม

  • ลดความขัดแย้งที่เกิดจากความแตกต่างด้านความคิดและการสื่อสาร

  • ສ້າງ Collaboration และการมีส่วนร่วมภายในทีม

  • เชื่อม Trust, Communication, Psychological Safety และ Collaboration เข้าด้วยกัน

  • วางรากฐานเพื่อพัฒนาทีมไปสู่ High-Performance Team

Intended audience
  • ຜູ້ຈັດການ ຜູ້ຄວບຄຸມ

  • ຫົວໜ້າທີມ ຫົວໜ້າທີມ

  • ຫົວໜ້າພາກສ່ວນ

  • ຜູ້ນຳການປ່ຽນ

  • ຫົວໜ້າງານ

  • Senior Staff ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลทีม

  • หัวหน้างานใหม่ที่ต้องการพัฒนาทักษะการบริหารทีม

  • หัวหน้างานที่ทีมยังขาดความไว้วางใจ

  • หัวหน้างานที่ต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วมของสมาชิกในทีม

  • หัวหน้าที่พบว่าทีมไม่กล้าพูดหรือรายงานปัญหา

  • หัวหน้าที่ต้องการลดบรรยากาศการทำงานแบบตำหนิหรือจับผิด

  • หัวหน้าที่ต้องบริหารทีมที่มีความหลากหลาย

  • หัวหน้าที่ดูแล Cross-Functional Team

  • Project Leader ที่ต้องทำงานร่วมกับคนจากหลายหน่วยงาน

  • หัวหน้าที่ต้องการสร้างทั้ง Performance และ Engagement

  • Future Leader ที่องค์กรต้องการเตรียมความพร้อมก่อนรับผิดชอบทีม

ພວກເຮົາໃຊ້ຄຸກກີ້ເພື່ອປັບປຸງປະສິດທິພາບ ແລະ ໃຫ້ປະສົບການຂອງຜູ້ໃຊ້ທີ່ດີຂຶ້ນໃນເວັບໄຊທ໌ຂອງພວກເຮົາ. ທ່ານສາມາດຊອກຫາລາຍລະອຽດເພີ່ມເຕີມໄດ້ທີ່ນີ້. ນະໂຍບາຍຄວາມເປັນສ່ວນຕົວ ແລະ ທ່ານສາມາດຈັດການຄວາມເປັນສ່ວນຕົວຂອງທ່ານເອງໄດ້ໂດຍການຄລິກໃສ່... ຕັ້ງຄ່າ

Privacy Preferences

ທ່ານສາມາດເລືອກການຕັ້ງຄ່າຄຸກກີຂອງທ່ານໄດ້ໂດຍການເປີດໃຊ້ ຫຼື ປິດໃຊ້ງານຄຸກກີແຕ່ລະປະເພດຕາມຄວາມຕ້ອງການ, ຍົກເວັ້ນຄຸກກີທີ່ຈຳເປັນ.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save