การเป็นหัวหน้างานไม่ได้หมายความว่าเพียงแค่สามารถมอบหมายงาน ติดตามงาน หรือควบคุมให้ทีมทำงานสำเร็จตามเป้าหมายเท่านั้น แต่ความท้าทายที่สำคัญกว่านั้นคือ ทำอย่างไรให้คนในทีมอยากร่วมมือ กล้าพูดความจริง กล้าเสนอความคิดเห็น กล้าขอความช่วยเหลือ และกล้ารับผิดชอบต่อผลงานร่วมกัน
หลายทีมอาจดูเหมือนทำงานได้ตามปกติ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยปัญหาที่มองไม่เห็น เช่น สมาชิกในทีมไม่ไว้ใจกัน ต่างคนต่างทำงาน ไม่กล้าพูดเมื่อเห็นปัญหา ประชุมแล้วไม่มีใครเสนอความคิดเห็น มีความขัดแย้งระหว่างบุคคลหรือระหว่างหน่วยงาน หัวหน้าต้องเป็นคนคิดและตัดสินใจแทบทุกเรื่อง หรือพนักงานทำตามคำสั่งแต่ไม่ได้รู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมกับความสำเร็จของทีม
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการขาดความสามารถในการทำงานเสมอไป แต่หลายครั้งเกิดจาก Team Climate หรือสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ยังขาด Trust, Communication, Psychological Safety และ Collaboration
ก้าวสู่ผู้นำทีมที่มีประสิทธิภาพสูง (High-Trust Team Leader) จึงออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนาหัวหน้างานและผู้นำทีมให้สามารถสร้างรากฐานของทีมที่มีประสิทธิภาพสูง ตั้งแต่การพัฒนาตนเองให้เป็น Human Leader การสร้างความไว้วางใจ การเปิดพื้นที่ให้ทีมกล้าคิดและกล้าพูด การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ ไปจนถึงการทำงานร่วมกันอย่างมีส่วนร่วม
ผู้เรียนจะได้เข้าใจว่า High-Performance Team ไม่ได้เริ่มต้นจากการกดดันให้ทุกคนทำงานหนักขึ้น แต่เริ่มจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนสามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
เมื่อคนในทีมมี Trust สูง การสื่อสารจะรวดเร็วขึ้น เมื่อมี Psychological Safety ปัญหาจะถูกพูดถึงเร็วขึ้น เมื่อคนรู้สึกว่าความคิดเห็นของตนมีคุณค่า Collaboration จะเกิดขึ้นง่ายขึ้น และเมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน ทีมจะสามารถสร้างทั้ง Performance และ Engagement ไปพร้อมกัน
เป้าหมายของหลักสูตรคือการเปลี่ยนผู้เรียนจาก “หัวหน้าที่ทำให้คนทำงาน” ไปสู่ “ผู้นำที่สร้างสภาพแวดล้อมให้คนอยากร่วมมือ กล้าใช้ศักยภาพ และพาทีมไปสู่ผลงานที่สูงขึ้นร่วมกัน”
1. ตั้งเป้าหมายสนุกๆ 🎯 แทนที่จะคิดแค่ว่า "ต้องเรียนให้จบ" ลองตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและเป็นเรื่องของเราจริงๆ จะช่วยให้มีแรงฮึดขึ้นเยอะ!
เช่น "ฉันอยากพัฒนา ทักษะการนำเสนอ ให้ดูโปรและน่าสนใจขึ้น เวลาต้องพรีเซนต์งานให้หัวหน้าหรือลูกค้าฟังจะได้ไม่ประหม่า และโน้มน้าวใจได้ดีกว่าเดิม!"
2. จัดมุมเรียนสุดโปรด 💻🎧 หาสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกอยากนั่งเรียนนานๆ และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมหยิบใช้ได้ทันที
อาจจะเป็นมุมโซฟาเงียบๆ ที่มีแสงพอดี พร้อมหูฟังตัดเสียงรบกวน หรือโต๊ะทำงานที่โล่งๆ เหลือแค่คอมพิวเตอร์กับสมุดโน้ตคู่ใจซักเล่ม
3. เข้าสู่โหมดห้ามรบกวน 🤫 แค่แว๊บเดียวไปตอบแชท ก็อาจทำให้เราหลุดโฟกัสไปยาวๆ ได้เลย การตัดสิ่งรบกวนจึงสำคัญมาก
ก่อนเริ่มเรียน 10 นาที ลองปิดแจ้งเตือน Line, Facebook, IG ทั้งในมือถือและคอมพิวเตอร์ รับรองเลยว่าจะจดจ่อกับเนื้อหาได้ดีขึ้นแบบเห็นๆ
4. บล็อกคิวให้ความรู้ 🗓️ เปลี่ยนเรื่องเรียนให้กลายเป็น "นัดสำคัญ" ที่เราล็อกเวลาไว้ให้ตัวเองโดยเฉพาะ
เปิด Google Calendar แล้วลงตารางไปเลยว่า "เรียน เทคนิคการนำเสนอ 20:00 - 21:00 น." ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ พอถึงเวลาปุ๊บ สมองจะสั่งการให้เราพร้อมเรียนโดยอัตโนมัติ!
5. ส่องแผนที่การเดินทาง (โครงสร้างบทเรียน) 🗺️ เหมือนการดูแผนที่ก่อนออกเดินทาง การแอบดูเนื้อหาที่จะเรียนล่วงหน้า จะทำให้เราเห็นภาพรวมและไม่หลงทาง
แค่เปิดดู โครงสร้างบทเรียน คร่าวๆ ว่าสัปดาห์นี้จะเจอเรื่องอะไร สัปดาห์หน้ามีหัวข้อไหนน่าสนใจเป็นพิเศษ จะได้เตรียมตัว เตรียมใจถูก หรือถ้าเจอเรื่องที่ชอบ ก็จะยิ่งมีแรงรอเรียนมากขึ้นไปอีก!
เข้าใจบทบาทของหัวหน้างานในการสร้าง High-Performance Team
ปรับบทบาทจากการเป็นหัวหน้าที่เน้นควบคุมงาน สู่ผู้นำที่สามารถสร้างทั้งคนและทีม
เข้าใจแนวคิด Human Leadership และคุณลักษณะสำคัญของผู้นำแห่งอนาคต
พัฒนาความเป็น Authentic Leader ที่สร้างความน่าเชื่อถือด้วยความจริงใจและความสม่ำเสมอ
ลด Empathy Gap ระหว่างหัวหน้ากับสมาชิกในทีม
พัฒนา Deep Listening เพื่อเข้าใจความคิด ความรู้สึก และความต้องการของทีมได้ดีขึ้น
เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Trust, Speed และ Performance
มองเห็นผลกระทบของความไม่ไว้วางใจต่อการทำงานและความสัมพันธ์ภายในทีม
เข้าใจแนวทางสร้างและรักษาความไว้วางใจในการทำงาน
สร้าง Team Climate ที่คนกล้าพูด กล้าถาม และกล้าขอความช่วยเหลือ
เข้าใจความหมายที่แท้จริงของ Psychological Safety
แยกแยะ Psychological Safety ออกจากการตามใจหรือการลดมาตรฐานการทำงาน
วิเคราะห์ได้ว่าทีมของตนเองอยู่ใน Team Performance Zone ใด
ปรับวิธีตอบสนองต่อความผิดพลาดเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้มากกว่าการกล่าวโทษ
ใช้ Positive Communication เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือ
สื่อสารกับสมาชิกในทีมให้ชัดเจนและลดความเข้าใจผิด
เข้าใจความแตกต่างของคนและรูปแบบการทำงานภายในทีม
ลดความขัดแย้งที่เกิดจากความแตกต่างด้านความคิดและการสื่อสาร
สร้าง Collaboration และการมีส่วนร่วมภายในทีม
เชื่อม Trust, Communication, Psychological Safety และ Collaboration เข้าด้วยกัน
วางรากฐานเพื่อพัฒนาทีมไปสู่ High-Performance Team
หัวหน้างาน Supervisor
หัวหน้าทีม Team Leader
Section Leader
Shift Leader
Foreman
Senior Staff ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลทีม
หัวหน้างานใหม่ที่ต้องการพัฒนาทักษะการบริหารทีม
หัวหน้างานที่ทีมยังขาดความไว้วางใจ
หัวหน้างานที่ต้องการเพิ่มการมีส่วนร่วมของสมาชิกในทีม
หัวหน้าที่พบว่าทีมไม่กล้าพูดหรือรายงานปัญหา
หัวหน้าที่ต้องการลดบรรยากาศการทำงานแบบตำหนิหรือจับผิด
หัวหน้าที่ต้องบริหารทีมที่มีความหลากหลาย
หัวหน้าที่ดูแล Cross-Functional Team
Project Leader ที่ต้องทำงานร่วมกับคนจากหลายหน่วยงาน
หัวหน้าที่ต้องการสร้างทั้ง Performance และ Engagement
Future Leader ที่องค์กรต้องการเตรียมความพร้อมก่อนรับผิดชอบทีม
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า