Skip to main content

Fastlearn10x

ผู้นำฝ่าวิกฤติ Crisis-Ready Executive Leadership

หลักสูตรพัฒนาผู้บริหารให้พร้อมรับมือกับวิกฤติและความไม่แน่นอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การวางแผน Crisis Management การคิดและตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน การสื่อสารในช่วงวิกฤติ ไปจนถึงการสร้าง Resilient Leadership เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรับมือ ฟื้นตัว และเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง
ຜູ້ສອນ
ຮຽນຮູ້ໄວ
0
0 ການວິຈານ
ລວມໃບຢັ້ງຢືນແລ້ວ
1280x720 Crisis-Ready Executive Leadership ผู้นำฝ่าวิกฤติ-8
ລາຍລະອຽດຫຼັກສູດ
ໄລຍະເວລາ : 6 ชั่วโมง 54 นาที
ບົດຮຽນ : 59
ວິດີໂອ : 49 บทเรียน
ບົດທົດສອບ : 8
ລະດັບ : ເໝາະສຳລັບຜູ້ບໍລິຫານ.
ຫຼັກສູດດັ່ງກ່າວໄດ້ຮັບການຮັບຮອງຈາກກົມພັດທະນາແຮງງານ.
retakes ບໍ່ຈໍາກັດສໍາລັບຊີວິດ.
ເຂົ້າເຖິງຫ້ອງຮຽນຈາກອຸປະກອນຕ່າງໆ, ລວມທັງໂທລະສັບສະຫຼາດ, ແທັບເລັດ, ຄອມພິວເຕີ, ແລະໂທລະພາບອັດສະລິຍະ.
  • ລາຍລະອຽດ
  • ຫຼັກສູດ
  • ຄຳຖາມທີ່ພົບເລື້ອຍ
  • ການວິຈານ

Learning Journey Crisis Ready Executive Leadership ผู้นำฝ่าวิกฤติ 8

 

ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว “วิกฤติ” ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ฉุกเฉินขนาดใหญ่ แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี Cyber Risk การหยุดชะงักของธุรกิจ ปัญหาด้านชื่อเสียง การเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร หรือแม้แต่การตัดสินใจที่ผิดพลาดในช่วงเวลาสำคัญ

สิ่งที่แยกองค์กรที่ “ผ่านวิกฤติ” ออกจากองค์กรที่ “เสียศูนย์เมื่อเจอวิกฤติ” จึงไม่ได้มีเพียงแผนสำรอง แต่คือ คุณภาพของผู้นำในช่วงเวลาที่ข้อมูลไม่ครบ เวลาไม่พอ และทุกการตัดสินใจมีผลกระทบสูง

ผู้บริหารในภาวะวิกฤติต้องทำหลายบทบาทพร้อมกัน ตั้งแต่การประเมินสถานการณ์และความเสี่ยง การรักษาทิศทางขององค์กร การตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน การสื่อสารกับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไปจนถึงการสร้างความมั่นใจให้ทีมสามารถฟื้นตัวและเดินหน้าต่อได้

ผู้นำฝ่าวิกฤติ (Crisis-Ready Executive Leadership) จึงออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนาความพร้อมของผู้บริหารตลอดวงจรของวิกฤติ ตั้งแต่ Crisis Preparedness, Strategic Thinking, Decision Making, Crisis Communication ไปจนถึง Leadership Resilience และ Post-Crisis Recovery

หลักสูตรไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้บริหาร “แก้สถานการณ์เฉพาะหน้า” แต่พัฒนาให้สามารถมองวิกฤติอย่างเป็นระบบ เห็นความเสี่ยงก่อนที่จะลุกลาม ตัดสินใจได้แม้ข้อมูลไม่สมบูรณ์ รักษาความเชื่อมั่นของคนในองค์กร และเปลี่ยนบทเรียนจากวิกฤติให้กลายเป็นความแข็งแกร่งขององค์กรในอนาคต

เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาผู้บริหารจาก “ผู้ที่ตอบสนองเมื่อเกิดวิกฤติ” ໄປຫາ “ผู้นำที่พร้อมก่อนวิกฤติมาถึง นำทีมได้เมื่อวิกฤติเกิด และสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งกว่าเดิมหลังผ่านวิกฤติ”

Module 1 : Crisis Management For Executive การจัดการภาวะวิกฤติสำหรับผู้บริหาร (2 ชั่วโมง 29 นาที)
Module 2 : Resilient Leadership ภาวะผู้นำแบบสู้ไม่ถอย (1 ชั่วโมง 17 นาที)
Module 4 : The Art of Decision Making ติดปีกความสำเร็จด้วยศิลปะการตัดสินใจ (53 นาที)
Module 5 : Communication in Times of Change กลยุทธ์การสื่อสารท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง (59 นาที)
องค์กรยังไม่เคยเกิดวิกฤติ จำเป็นต้องเรียนหลักสูตรนี้หรือไม่?
จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ Crisis Management ที่มีประสิทธิภาพควรเริ่มก่อนเกิดเหตุ หลักสูตรช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นความเสี่ยง วางแผน และเตรียมบทบาทของคนในองค์กรก่อนต้องใช้จริง
หลักสูตรนี้เหมาะเฉพาะผู้บริหารที่ดูแล Risk Management หรือไม่?
ไม่ ผู้บริหารทุกสายงานมีโอกาสต้องตัดสินใจหรือรับผิดชอบทีมในสถานการณ์วิกฤติ จึงควรมีพื้นฐาน Crisis Leadership
หลักสูตรครอบคลุมวิกฤติประเภทใดบ้าง?
ครอบคลุมทั้งภัยธรรมชาติ Cyber Crisis, Data Breach, Reputation Crisis, Financial & Economic Crisis และสถานการณ์ที่ทำให้การดำเนินธุรกิจหยุดชะงัก
Crisis Management ต่างจาก Risk Management อย่างไร?
Risk Management เน้นการระบุ ประเมิน และลดโอกาสเกิดความเสี่ยง ส่วน Crisis Management เน้นการเตรียมพร้อมและรับมือเมื่อเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้น ทั้งสองเรื่องจึงต้องทำงานเชื่อมโยงกัน
หลักสูตรมีเรื่อง Business Continuity Planning หรือ BCP หรือไม่?
มี ผู้เรียนจะเข้าใจบทบาทของ BCP ในการช่วยให้องค์กรรักษากระบวนการสำคัญและกลับมาดำเนินงานได้หลังเกิดวิกฤติ
ถ้าองค์กรมี BCP อยู่แล้ว หลักสูตรนี้ยังมีประโยชน์หรือไม่?
มี เพราะ BCP เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Crisis Readiness หลักสูตรยังครอบคลุม Leadership, Decision Making, Communication และ Resilience ซึ่งมีผลต่อการใช้แผนให้เกิดผลจริง
หากเกิดวิกฤติแล้วข้อมูลยังไม่ครบ ผู้บริหารควรตัดสินใจอย่างไร?
หลักสูตรมีเนื้อหาเรื่อง Decision Making Under Pressure เพื่อช่วยให้ผู้เรียนประเมินโจทย์ ทางเลือก ความเสี่ยง และ Bias ก่อนตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด
หลักสูตรช่วยเรื่องการสื่อสารกับพนักงานในช่วงวิกฤติหรือไม่?
ช่วยโดยตรง ทั้ง Crisis Communication และ Communication in Times of Change เพื่อให้ผู้บริหารสื่อสารอย่างชัดเจน ลดข่าวลือ ความกลัว และความไม่แน่นอน
หากทีมตกใจหรือหมดกำลังใจเมื่อเกิดปัญหา หลักสูตรช่วยได้อย่างไร?
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ Resilient Leadership และ 4R Framework รวมถึงการสร้าง Resilient Team Culture เพื่อช่วยให้ทีมสามารถฟื้นตัวและกลับมาโฟกัสกับสิ่งที่ทำได้
การเป็น Resilient Leader หมายถึงต้องเข้มแข็งและห้ามแสดงความกังวลหรือไม่?
ไม่ Resilience ไม่ได้หมายถึงการไม่มีความรู้สึก แต่หมายถึงการรับรู้สถานการณ์ จัดการตนเอง ปรับมุมมอง และเลือกการตอบสนองที่เหมาะสม
หลักสูตรนี้ช่วยเรื่องการตัดสินใจผิดพลาดได้หรือไม่?
ช่วยลดความเสี่ยง โดยผู้เรียนจะเข้าใจกระบวนการตัดสินใจ Cognitive Bias และ Framework ที่ช่วยประเมินทางเลือกอย่างเป็นระบบ แต่ไม่มี Framework ใดสามารถรับประกันว่าทุกการตัดสินใจจะถูกต้องเสมอ
Crisis Communication ต้องสื่อสารเร็วหรือรอให้ข้อมูลครบก่อน?
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หลักสำคัญคือสื่อสารให้เร็วพอที่จะรักษาความเชื่อมั่น แต่ต้องไม่ให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจนสร้างความเสียหายเพิ่มเติม
ผู้บริหารจากธุรกิจ SME สามารถเรียนได้หรือไม่?
ได้ Framework สามารถปรับตามขนาดองค์กร และ SME ยิ่งควรเตรียมความพร้อมเพราะทรัพยากรในการรับมือวิกฤติมักมีจำกัดกว่าองค์กรขนาดใหญ่
หลักสูตรนี้ใช้ได้กับองค์กรภาครัฐหรือไม่?
ได้ หลักการ Crisis Management, Strategic Decision Making, Communication และ Resilience สามารถประยุกต์ใช้กับทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน
ควรเตรียมสถานการณ์จริงขององค์กรมาเรียนหรือไม่?
แนะนำอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้ผู้เรียนเชื่อม Framework กับความเสี่ยง Critical Process และ Stakeholders ขององค์กรตนเองได้ชัดขึ้น

เรียนจบแล้วสามารถนำอะไรไปใช้ได้ทันที?
สามารถนำ Crisis Assessment, Crisis Management Plan, Crisis Communication Framework, BCP Concept, Decision-Making Framework และ Resilience Roadmap ไปประยุกต์ใช้กับองค์กรได้
ເປົ້າໝາຍທີ່ສຳຄັນທີ່ສຸດຂອງຫຼັກສູດນີ້ແມ່ນຫຍັງ?
พัฒนาผู้เรียนจาก “ผู้บริหารที่รอให้ปัญหาเกิดแล้วจึงแก้” ไปสู่ “ผู้นำที่เตรียมพร้อมก่อนวิกฤติ ตัดสินใจและนำทีมได้เมื่อวิกฤติเกิด และทำให้องค์กรฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าเดิม”
Basic info

เข้าใจธรรมชาติและวงจรของ Crisis Management ຢ່າງເປັນລະບົບ

  • สามารถจำแนกเหตุการณ์ปกติ ปัญหา และสถานการณ์ที่มีโอกาสพัฒนาเป็นวิกฤติ

  • ການ​ຄາດ​ຄະ​ເນ​ Risk และ Crisis Impact ก่อนสถานการณ์ลุกลาม

  • วาง Crisis Management Plan และกำหนดบทบาทของ Crisis Response Team

  • เข้าใจแนวทางการออกแบบ Standard Operating Procedures (SOPs) สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

  • พัฒนาแนวทาง Crisis Communication เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของพนักงาน ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

  • พัฒนาทักษะการตัดสินใจเมื่อมี ข้อมูลจำกัด เวลาไม่พอ และแรงกดดันสูง

  • ลดผลกระทบจาก Cognitive Bias และกับดักของการตัดสินใจ

  • ใช้กรอบคิดและเครื่องมือช่วยประเมินทางเลือกก่อนตัดสินใจ

  • ພັດທະນາ Strategic Thinking เพื่อรักษาทิศทางขององค์กรแม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ไม่แน่นอน

  • เข้าใจบทบาทและพฤติกรรมของ Resilient Leader

  • ໃຊ້ 4R Framework — Recognize, Reframe, Respond, Recover เพื่อฟื้นตัวจากความล้มเหลว

  • สร้างบรรยากาศที่ช่วยให้ทีมสามารถรับมือกับความผิดพลาดและความกดดันได้ดีขึ้น

  • สื่อสารกับทีมในสถานการณ์กดดันด้วยความชัดเจนและ Empathy

  • ເຂົ້າໃຈຫຼັກການ. Business Continuity Planning (BCP)

  • ประเมินผลและสรุปบทเรียนหลังวิกฤติด้วย Post-Crisis Evaluation & Lessons Learned

  • เปลี่ยน Crisis Experience ให้กลายเป็นองค์ความรู้และความพร้อมขององค์กรในอนาคต

  • พัฒนาตนเองจากผู้บริหารที่ “รับมือเหตุการณ์” สู่ Crisis-Ready Leader

    Learning Journey of Crisis-Ready Executive Leadership

Intended audience
  • ຜູ້ບໍລິຫານລະດັບສູງ ລະດັບ C

  • ຜູ້ອຳນວຍການ

  • ຜູ້ຈັດການທົ່ວໄປ

  • ຜູ້ຈັດການອາວຸໂສ

  • Business Unit Heads

  • ເຈົ້າຂອງທຸລະກິດ ແລະ ເຈົ້າຂອງທຸລະກິດ

  • ผู้บริหารที่รับผิดชอบด้าน Risk Management

  • ຜູ້ບໍລິຫານທີ່ມີຄວາມຮັບຜິດຊອບ Business Continuity

  • ຜູ້ບໍລິຫານທີ່ມີຄວາມຮັບຜິດຊອບ Corporate Communication

  • ผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง

  • ผู้บริหารที่ต้องนำทีมผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

  • ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็น Crisis Leader

  • ผู้นำโครงการหรือหน่วยงานที่มีความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของธุรกิจ

  • Future Executives ที่องค์กรต้องการเตรียมความพร้อมด้าน Crisis Leadership

ພວກເຮົາໃຊ້ຄຸກກີ້ເພື່ອປັບປຸງປະສິດທິພາບ ແລະ ໃຫ້ປະສົບການຂອງຜູ້ໃຊ້ທີ່ດີຂຶ້ນໃນເວັບໄຊທ໌ຂອງພວກເຮົາ. ທ່ານສາມາດຊອກຫາລາຍລະອຽດເພີ່ມເຕີມໄດ້ທີ່ນີ້. ນະໂຍບາຍຄວາມເປັນສ່ວນຕົວ ແລະ ທ່ານສາມາດຈັດການຄວາມເປັນສ່ວນຕົວຂອງທ່ານເອງໄດ້ໂດຍການຄລິກໃສ່... ຕັ້ງຄ່າ

Privacy Preferences

ທ່ານສາມາດເລືອກການຕັ້ງຄ່າຄຸກກີຂອງທ່ານໄດ້ໂດຍການເປີດໃຊ້ ຫຼື ປິດໃຊ້ງານຄຸກກີແຕ່ລະປະເພດຕາມຄວາມຕ້ອງການ, ຍົກເວັ້ນຄຸກກີທີ່ຈຳເປັນ.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save